[รีวิว] Tales of Vesperia : Definitive Edition (PS4, Xbox One, Switch และ PC)


วันนี้ game-neon พาเพื่อนๆมารีวิวหนึ่งในภาคของซีรี่ย์ Tales ที่ได้รับผลตอบรับดีมากภาคนึง Tales of Vesperia วางจำหน่ายครั้งแรกในฐานะเกม Exclusive บน Xbox 360 เมื่อปี 2008 ก่อนที่จะพอร์ตมาลง PlayStation 3 ในญี่ปุ่น เมื่อปี 2009 ซึ่ง Tales of Vesperia: Definitive Edition จะเป็นการนำตัวเกมฉบับ PS3 มาพอร์ตพร้อมเพิ่มความละเอียด และเพิ่มเนื้อหาคอนเทนท์ใหม่ๆเข้าไป

สำหรับส่วนตัวผมนั้น ไม่ได้เล่นภาคนี้เมื่อวางจำหน่ายครั้งแรก จึงขอเขียนรีวิวในมุมมองแบบผู้เล่นใหม่ เพื่อให้ใครที่สนใจอยากลองซีรี่ย์นี้ แต่ไม่รู้จะเริ่มเล่นภาคไหนดี บอกเลยว่าภาคนี้ น่าสนใจมาก!!!!

เนื้อเรื่อง

โลกที่เราอาศัยอยู่คือ Terca Lumiles ซึ่งคนในยุคนี้ได้นำเอาวัตถุโบราณของชาว Gurios มาดัดแปลงเป็น Blastia ที่เป็นพลังงานหลักที่ใช้ในชีวิตประจำวันเกือบทั้งหมดและยังใช้สร้างบาเรียเพื่อคุ้มครองเมืองด้วย ไม่มีใครรู้ว่า Blastia นั้นกำเนิดมาจากอะไร แต่เทคโนโลยี Blastia เป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้ของทุกเมือง

เหตุการณ์เริ่มต้นที่เมือง Zaphias ที่มีบุคคลลึกลับ ขโมย Aqua Blastia ไป ทำให้เกิดน้ำท่วมใหญ่ เราจะได้รับบทเป็น Yuri พ่อหนุ่มผมยาวสลวยสวยเก๋ ที่อาศัยอยู่ในเมืองนี้ เขาออกตามหา Aqua Blastia และระหว่างทางก็ได้พบกับ Estellise เจ้าหญิงผู้สูงศักดิ์ เธอขอให้ Yuri ช่วยพาเธอไปพบกับ Flynn ด้วยเหตุผลบางอย่าง

Yuri Lowell 

Estellise Sidos Heurassein (Estelle)

กราฟฟิก

ความประทับใจแรกที่เปิดเกมเข้ามา คือ Intro อะนิเมะสไตล์เกม JRPG โดยรวมกราฟฟิกภายในเกมอยู่ในระดับที่ทำได้ดี ถึงจะเทียบกับเกมใหม่ๆ ยุคนี้ไม่ได้ แต่สามารถถ่ายทอดอารมณ์ความเป็น JRPG ได้เป็นอย่างดี ไม่รู้สึกว่าเป็นเกมเก่าที่มาอัพเกรดกราฟฟิกแต่อย่างใด

เกมเพลย์

ระบบต่อสู้ เป็นแบบตัดฉากเข้าสู่การต่อสู้ ภายในการต่อสู้ จะเป็นแบบ 2D Side-scrolling หรือไหลข้างนั่นเอง แต่ก็สามารถวิ่งอิสระแบบ 3D ได้เช่นกัน การโจมตีจะเป็นแบบเลือกล็อคเป้าหมาย มีการตั้งการ์ด กระโดด สกิลคอมโบ ตามสไตล์ซีรี่ย์ Tales สำหรับสายบู๊ ชอบคอมโบรัวๆ อาจจะทำให้รู้สึกขัดใจนิดๆ เนื่องจากต้องใช้เทคนิคการตั้งการ์ด กะจังหวะกดสกิล เพื่อความได้เปรียบ แต่สำหรับแฟนซีรี่ย์นี้ ไม่มีปัญหาแน่นอน หากใครเบื่อกับการฟาร์มของที่ต้องต่อสู้เองตลอดก็หมดห่วงได้เลย เพราะเราสามารถตั้งค่า AI เพื่อนในปาร์ตี้ และตัวละครหลังของเราได้ทั้งหมด มีให้ปรับแต่งสลับสไตล์ของ AI ไปมาระหว่างต่อสู้ได้ด้วย

ระบบต่อสู้แบบ 2D Side-scrolling (มี Tutorial สอนเล่น ไม่ต้องห่วง)

ส่วนแผนที่ภายในเกม ก็ไม่มีอะไรซับซ้อนมากมาย ถึงแม้จะไม่มี mini map แต่ฉากต่างๆ แต่โดยรวมดูเข้าใจง่าย เดินหาทางออกไปเรื่อยๆ มีทางลับนิดหน่อย ที่เป็นจุดซ่อนหีบสมบัติ หรือการไขปริศนาบ้าง เมื่อออกนอกเมือง ก็จะเป็นแผนที่ขนาดใหญ่ ที่สามารถเดินไปยังเมืองต่างๆ ได้ โดยจะมีมอนสเตอร์ปรากฏให้เห็นบนแผนที่ เมื่อเดินชนก็คือตัดเข้าฉากต่อสู้

สำหรับข้อควรระวังของมือใหม่คือ เกมนี้จะไม่มีระบบ Auto Save ภายในแผนที่เมือง จะต้องวิ่งหาจุดเซฟ เพื่อเซฟเกมทุกครั้ง แต่สำหรับแผนที่ใหญ่ สามารถเซฟได้ตลอดเวลา

ผิดทางแล้วพ่อหนุ่ม

อยู่นอกเมือง เซฟเมื่อไหร่ก็ได้

เสียง

สำหรับเสียงภายในเกม สามารถเลือกได้ 2 ภาษา คือ ญี่ปุ่น และ อังกฤษ สำหรับผมเล่นด้วยเสียงภาษาญี่ปุ่น (ก็มันเกมญี่ปุ่นนิ 555+ เกี่ยวมั้ย) ถ่ายทอดอารมณ์เกม JRPG ได้ดี เพลงประกอบเพราะ บรรยากาศและเสียงการต่อสู้ต่างๆ ทำได้ดี ถึงแม้จะไม่ได้ใช้ระบบ 5.1 หรือ 7.1 อย่างเต็มที่เหมือนเกมใหม่ๆ ยุคนี้ก็ตาม

สรุป

เนื้อเรื่องน่าติดตาม เกมเพลย์สนุกหลากหลาย แต่ไม่ซับซ้อน เป็นภาคที่กระแสตอบรับดีมากภาคนึงในซีรี่ย์ Tales สำหรับแฟนซีรี่ย์นี้ อยากย้อนความหลังไม่ควรพลาด ผู้เล่นใหม่ที่อยากลองซีรี่ย์นี้ก็จัดได้ เป็นภาคที่เริ่มต้นเข้าสู้สาวก Tales ได้ดี เพราะระบบเข้าใจง่าย แถมไม่ต้องกังวงเรื่องเนื้อเรื่องเลย เพราะซีรี่ย์ Tales แต่ละภาค จะทำเนื้อเรื่องของตัวเอง ไม่ต้องกลัวว่าเล่นแล้วจะไม่รู้เรื่อง Tales of Vesperia: Definitive Edition จะวางจำหน่ายแล้ววันนี้ บน PS4, Xbox One, Switch และ PC

Previous Cyber Hunter เกมเอาชีวิตรอดตัวล่าสุดจาก NetEase เปิด Soft launchแล้ว!
Next Dengeki Bunko: Crossing Void เตรียมตัวไปตะลุยไปกับตัวละครจากอนิเมะ 25 เรื่องเร็วนี้!