[รีวิว] Need for Speed: Payback การล้างแค้นสุดมัน กับระบบ Microtransaction ที่ไม่ค่อยน่าปลื้มใจเท่าไร


สวัสดีครับเพื่อนๆ ต้องขอโทษที่ติดค้างกันไว้นาน สำหรับ Need for Speed: Payback ซึ่งได้เปิดวางจำหน่ายอย่างเป็นทางการไปเมื่อวันที่ 10 พฤศจิกายนที่ผ่านมา จากคราวก่อนที่ผมติดไว้ว่า จะลองเล่นแล้วมาเล่าประสบการณ์ให้เพื่อนๆ ได้อ่านกัน วันนี้ผมมีเวลาว่างมาเขียนบทความสักที

เอาล่ะ เพื่อไม่ให้เสียเวลา เราไปดูพร้อมๆ กันเลยดีกว่าว่า Need for Speed ภาคนี้ จะน่าเล่นแค่ไหน

เรามาดูในส่วนของสเปคเครื่องคอมพิวเตอร์ที่ใช้ในการเล่นเกมกันก่อนนะครับ มีดังนี้

ความต้องการขั้นต่ำสำหรับภาพ 720p30 ที่การตั้งค่าระดับต่ำ

ระบบปฏิบัติการ: Windows 7 (64 บิต) หรือใหม่กว่า
หน่วยประมวลผล: Intel i3 6300 @ 3.8GHz หรือ AMD FX 8150 @ 3.6GHz ที่มี 4 ฮาร์ดแวร์เธรด
หน่วยความจำ: 6 GB
ดิสก์ไดรฟ์: ต้องการไดรฟ์ DVD ROM เพื่อติดตั้งเท่านั้น
ฮาร์ดไดรฟ์: 30 GB
กราฟิก: NVIDIA GeForce® GTX 750 Ti หรือ AMD Radeon™ HD 7850 หรือจีพียูรุ่นที่เทียบเท่าซึ่งรองรับ DX11 และมีหน่วยความจำ 2 GB
DirectX: การ์ดแสดงผลที่รองรับเวอร์ชัน 11 หรือเทียบเท่า
อุปกรณ์ควบคุม: คอนโทรลเลอร์ดูอัลแอนะล็อก
ความต้องการในการออนไลน์: การเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตความเร็ว 192 kbps หรือสูงกว่า

 

ความต้องการที่แนะนำสำหรับภาพ 1080p60 ที่การตั้งค่าระดับสูง

ระบบปฏิบัติการ: Windows 10 (64 บิต) หรือใหม่กว่า
หน่วยประมวลผล: Intel i5 4690K @ 3.5GHz หรือ AMD FX 8350 @ 4.0GHz ที่มี 4 ฮาร์ดแวร์เธรด
หน่วยความจำ: 8 GB
ดิสก์ไดรฟ์: ต้องการไดรฟ์ DVD ROM เพื่อติดตั้งเท่านั้น
ฮาร์ดไดรฟ์: 30 GB
กราฟิก: AMD Radeon™ RX 480 4 GB, NVIDIA GeForce® GTX 1060 6 GB หรือจีพียูรุ่นที่เทียบเท่าซึ่งรองรับ DX11 และมีหน่วยความจำ 4 GB
DirectX: การ์ดแสดงผลที่รองรับเวอร์ชัน 11 หรือเทียบเท่า
อุปกรณ์ควบคุม: คอนโทรลเลอร์ดูอัลแอนะล็อก
การเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตความเร็ว 512 kbps หรือสูงกว่า

เมื่อดูๆ แล้ว เกมค่อนข้างกินสเปคพอสมควร ถ้าเล่นแล้วมีกระตุกก็ปรับกราฟิกลงมาหน่อย น่าจะช่วยได้เยอะเลยทีเดียว

Story

เริ่มกันที่ส่วนแรกเลยนะครับ สำหรับ Need for Speed ภาคนี้ มีส่วนของเนื้อเรื่องให้เลือกเล่นได้ เพื่อทำการปลดล็อกรถและการปรับแต่งต่างๆ ในเกม ซึ่งเกมจะบังคับให้เราเล่นเนื้อเรื่องไปก่อน (ถ้าผมจำไม่ผิดน่าจะสัก 2-3 บท) ก็จะสามารถให้เราเข้าเล่นใน Challenge และ Multiplayer Mode ครับ

เนื้อเรื่องของเกม จะมีเป้าหมายคือ ให้ตัวละครของเราร่วมมือกันเพื่อแข่งรให้ชนะกลุ่ม The House ซึ่งเป็นผู้มีอิทธิพลในเมือง Fortune Valley และล้างแค้นที่เคยถูกพวกนั้นหักหลังให้ได้ครับ

ตัวละครที่เราสามารถนำมาแข่งได้ มีอยู่ด้วยกัน 3 ตัวละครได้แก่ Tyler, Mac และ Jessie ซึ่งในการแข่งขันแต่ละครั้ง ตัวละครที่ถูกเลือกให้ลงแข่ง จะขึ้นอยู่กับสนามและรูปแบบการแข่งขัน

แต่เนื้อเรื่องยังมีการผสมผสานระหว่างความเป็น Open World เข้าไปด้วย คือเราจะสามารถทำภารกิจย่อยได้ด้วยเช่นกัน แต่เมื่อถึงจุดที่ทำภารกิจใหญ่ มันก็จะกลับเข้าสู่เนื้อเรื่องอีกครั้ง

จริงๆ ผมยังเล่นเนื้อเรื่องไม่จบนะ เพราะภาคนี้ถือว่ามีเนื้อเรื่องยาวมากเลยล่ะ (เขาว่ายาวประมาณ 15 ชั่วโมง) แต่เท่าที่ลองเล่นดูก็ถือว่าโอเค แอคชันดี (เล่าเยอะไม่ได้เลย เพราะผมกดข้ามเกือบตลอด คือปกติไม่ชอบเล่นเกมเนื้อเรื่องเท่าไร อิอิ)

เกมเพลย์

ในส่วนของเกมเพลย์นะครับ จากตัวละครทั้ง 3 ตัวของเรา จะมีสไตล์การเล่นที่แตกต่างกัน รถที่ใช้ในการแข่งก็จะแตกต่างกันด้วย (รถทั่วไป รถแข่ง หรือ ออฟโรด อะไรแบบนี้) ทีนี้การแข่งในโหมดเนื้อเรื่องที่เป็น Open World เราจะต้องหาจุดที่ให้ทำภารกิจครับ เมื่อแข่งเแล้วก็จะได้เงินรางวัล และเลเวลเพิ่ม

แต่ปัญหาคือจุดทำภารกิจมันไกลมาก แถมแผนที่ในภาคนี้ก็กว้างมากๆ ด้วย นี่ยังดีที่มีระบบวาร์ป ไม่งั้นคงขี่อ้อมโลกกันเลยทีเดียว

ในการแข่งขัน เราจะต้องขับรถให้ผ่านจุด Checkpoint ด้วยทุกครั้ง ถ้าเกิดเลยไป เราจะต้องวนรถกลับมาเข้าใหม่ ไม่อย่างนั้นภารกิจจะเฟล จุดประสงค์คือน่าจะกันผู้เล่นขับลัดสนาม แต่ผมไม่ค่อยชอบเท่าไร เสียบรรยากาศในการเล่นหมดเลย ==”

อีกจุดหนึ่งที่บางคนอาจไม่ชอบคือ เวลาที่เราขับชนข้างทาง หรือชนอะไรสักอย่างที่มีความรุนแรงจุดถึงจุดๆ หนึ่ง การแข่งมันจะรีให้เราไปอยู่ในจุด Checkpoint ล่าสุด ซึ่งตรงนี้ บางครั้งเราอาจจะชนแรงก็จริง แต่มันไม่ได้เสียหายอะไรมาก ยังไปต่อได้ กลับต้องมาเจอการรีสาร์ต มันจะทำให้เราเสียอันดับในการแข่งไปครับ

ส่วนในโหมด Challenge และ Multiplayer อันนี้เพื่อนๆ คงต้องลองเข้าไปเล่นดูนะครับ ผมยังไม่เคยเข้าไปเล่นเลย แต่เท่าที่ลองแวะไปดูนิดนึง ก็น่าสนใจดี

กราฟิก

ทำออกมาได้ดีมากครับ การระเบิด ควัน สะเก็ดไฟ ทำออกมาได้สวยงามมาก ยิ่งถ้าการ์ดจอใครที่เป็นค่ายเขียว ผมว่าจะได้เปรียบเรื่องฟิสิกส์ ทำให้อะนิเมชันของเกมดูสวยงามมากขึ้นเลยล่ะ

ส่วนเรื่องเสียงอันนี้ทำออกมาได้ดีเช่นกัน เพราะมันดังกระหึ่ม สมจริง ยิ่งเวลาใช้ในตรัสยิ่งมีพลัง

 

ระบบแต่งรถ กับ Microtransactions

มาถึงจุดที่เป็นปัญหากันแล้วครับ ใน Need for Speed 2015 นั้น ระบบแต่งรถทำออกมาได้ดีมาก ไม่มีการล็อกอะไรทั้งสิ้น ปรับแต่งได้ตามใจ แต่พอมาถึงภาคนี้ กลับเอาระบบนั้นออก แล้วถูกแทนที่ด้วย Microtransactions และระบบปรับแต่งรถที่ล็อกเยอะจริงๆ

Microtransactions มันคือระบบผู้พัฒนาเพิ่มเข้ามาเพื่อขายของนี่แหละครับ เพราะว่ามันมีโหมด Multiplayer ด้วย ทุกครั้งที่เราแข่งชนะ จะมีกาสุ่มเปิดการ์ดของรางวัล ที่จะเป็นพวกการแต่งรถต่างไ ซึ่งมันสามารถนำไปขายได้! เพื่อเอามาเป็นเงินในเกม

แล้วทีนี้ในส่วนปรับแต่งรถ ก็ล็อกมาหลายอย่างเลย แม้การปรับแต่งจะมีให้เลือกได้มากมาย แต่พอมาเจอระบบ Microtransactions ที่ต้องซื้อนู่นนี่ ก็ทำเอาเสียบรรยากาศได้เหมือนกันครับ

สรุป

ถือว่าภาคนี้เป็นอีกหนึ่งภาคที่น่าสนใจนะครับ ด้วยเนื้อเรื่องที่ชวนติดตาม รับประกันความมันเกินขีดสุด กับการแข่งขันรถอีกหลายรูปแบบ พร้อมตัวละคร 3 แบบ 3 สไตล์ ที่จะทำให้เพื่อนๆ ได้สนุกกับเกมรถแข่งในตำนานอย่าง Need for Speed อีกครั้งหนึ่ง

แม้ข้อเสียจะมีอยู่ในบางจุด ไม่ว่าจะเป็นระบบ Microtransactions ที่เข้ามาทำให้เสียบรรยากาศในการแต่งรถแบบอัลติเมต กับเรื่องของจุด Checkpoint และการรีสตาร์ตเกมที่ยังทำออกมาได้ไม่ค่อยดีนัก อาจจะทำให้ความสนุกลดลงได้บ้าง แต่ถ้ามองข้าวเรื่องเหล่านี้ เล่นเอามัน ผมถือว่าเป็นอีกหนึ่งเกมที่น่าซื้อมากเลยครับ

Need for Speed: Payback ผมให้คะแนน 8/10 คะแนนครับ

 

สำหรับใครที่สนใจนะครับ สามารถเข้าไปซื้อได้ผ่านทางไคลเอนต์ Origin ได้เลยครับ

Previous พาชมวิดีโอเกมเพลย์ Project EX เวอร์ชัน Demo ที่มีให้เล่นในงาน G-Star 2017
Next Tales of Thorn ร่วมผจญภัยกับผู้เล่นทั่วทั้ง SEA ได้ทั้ง ios และ android!