ROV อัพเดทใหม่ปรับบาลานซ์ฮีโร่เพียบ (เทพขึ้น-กากลง)


ในอัพเดทเวอร์ชั่นใหม่วันที่ 11/4/2017 ของเกม ROV นอกจากจะเพิ่มฮีโร่ใหม่หงอคง Wokong แล้ว ยังมีการปรับบาลานซ์ฮีโร่เพื่อความสมดุลของเกม ไม่ว่าจะเป็น Natalya, Ormarr, Azzen’Ka, Taara, Diao Chan, Payna, Valhein (พี่แวนเฮลซิ่งสุดหล่อ), Jinna, Veera, Chaugnar, Zephys, Thane, Ilumia, Krixi และ Violet

การปรับสมดุลฮีโร่

เทพขึ้น

Natalya เป็นฮีโร่เมจที่มีความคล่องตัวค่อนข้างต่ำเหนื่อยง่าย ทำให้เธอตกเป็นเหยื่ออารมณ์ของเหล่านักฆ่าอยู่บ่อยครั้ง ดังนั้นในอัพเดทนี้จะมีการเพิ่มความสามารถด้านการสร้างความเสียหายแก่ศัตรูเพื่อไม่ให้โดนรังแกฝ่ายเดียวและทดแทนความคล่องตัวที่เธอขาดไป
  • สกิลติดตัว – Cursed Flame ก่อนปรับ : การใช้สกิลจะสร้างความเสียหายเวทเพิ่มขึ้นแก่ศัตรู 6 (+ 0.02% ของพลังเวท) (+1 ทุก LV) และสามารถซ้อนทับได้สูงสุด 10 ครั้ง ในช่วงเวลาสั้นๆ หลังปรับ : การใช้สกิลจะสร้างความเสียหายเวทเพิ่มขึ้นแก่ศัตรู 11 (+ 0.02% ของพลังเวท) (+1 ทุก LV) และสามารถซ้อนทับได้สูงสุด 10 ครั้ง ในช่วงเวลาสั้นๆ
  • สกิลที่ 1 – Arcane Spirits ก่อนปรับ : Natalya เรียกดวงวิญญาณออกมา 5 ดวง เพื่อโจมตีบริเวณที่กำหนด โดยวิญญาณแต่ละดวงจะสร้างความเสียหายเวท 215/265/315/365/415/465 (+ 0.45% ของพลังเวท) แก่ศัตรู หากศัตรูถูกโจมตีด้วยวิญญาณมากกว่าหนึ่งดวง วิญญาณดวงที่เหลือจะสร้างความเสียหายเพียง 30% (ดวงวิญญาณจะหายไปหลังเข้าโจมตีฮีโร่ศัตรู) หลังปรับ : Natalya เรียกดวงวิญญาณออกมา 5 ดวง เพื่อโจมตีบริเวณที่กำหนด โดยวิญญาณแต่ละดวงจะสร้างความเสียหายเวท 350/390/430/470/510/550 (+0.3% ของพลังเวท) แก่ศัตรู หากศัตรูถูกโจมตีด้วยวิญญาณมากกว่าหนึ่งดวง วิญญาณดวงที่เหลือจะสร้างความเสียหายเพียง 30% (ดวงวิญญาณจะหายไปหลังเข้าโจมตีฮีโร่ศัตรู)
  • สกิลที่ 2 – Arcane Nova ก่อนปรับ : คูลดาวน์ 15/14/13/12/11/10 วินาที หลังปรับ : คูลดาวน์ 12/11.4/10.8/10.2/9.6/9 วินาที
Azzen’Ka  เป็นฮีโร่สายเวทที่เน้นด้านการก่อกวนเหล่าศัตรู แต่ก็มีพลังทำลายล้างที่ค่อนข้างต่ำ ซึ่งเหตุผลนี้ทำให้ภาพรวมของเขาดูไม่ค่อยน่าพึงพอใจนัก เมื่อเทียบกับฮีโร่อื่นๆ ดังนั้นในการอัพเดทนี้ Azeen’Ka จะถูกปรับสมดุลให้เหมาะกับการต่อสู้มากขึ้น โดยเพิ่มพลังการสร้างความเสียหาย ลดมานาในการใช้สกิล และรวมไปถึงเพิ่มความสามารถให้สกิลก่อกวนเพื่อไม่ให้ถูกลืมในเกมนะจ๊ะ
  • สกิลติดตัว – Sand Trap ก่อนปรับ : หากเป้าหมายได้รับความเสียหายโดยสกิลจะถูกติดสัญลักษณ์ ไว้สูงสุด 3 ครั้ง เป้าหมายที่ติดสัญลักษณ์ครบ 3 ครั้ง จะถูกแช่แข็ง และสร้างความเสียหายเวท เท่ากับ 200 (+0.8% ของพลังเวท) หลังปรับ : หากเป้าหมายได้รับความเสียหายโดยสกิลจะถูกติดสัญลักษณ์ ไว้สูงสุด 3 ครั้ง เป้าหมายที่ติดสัญลักษณ์ครบ 3 ครั้ง จะถูกแช่แข็ง และสร้างความเสียหายเวท เท่ากับ 200 (+0.9% ของพลังเวท)(+10 ทุกครั้งที่ LV อัพ)
  • สกิลที่ 1 – Sand Punch ก่อนปรับ : ใช้มานา 90/95/100/105/110/115 หลังปรับ : ใช้มานา 65/70/75/80/85/90
  • สกิลที่ 2 – Dust Devil ก่อนปรับ : ศัตรู 1 ตัว สามารถถูกชิ่งได้เพียงครั้งเดียว หลังปรับ : ศัตรู 1 ตัว สามารถถูกชิ่งได้ 2 ครั้ง
Diao Chan หน้าที่หลักคือการแช่แข็งศัตรูให้ได้มากที่สุด เพื่อที่การโจมตีครั้งต่อไปจะสร้างความเสียหายได้มากขึ้น ดังนั้น หากเธอสามารถลดความเร็วศัตรูให้ยิ่งช้าลง โอกาสที่ศัตรูจะหนีพ้นจากการแช่แข็งก็จะน้อยลงเช่นกัน
  • สกิลติดตัว – Ice Queen ก่อนปรับ : ความเสียหายเวทเพิ่มเติม ให้แก่ศัตรูที่ถูกแช่แข็ง 155(+0.35% ของพลังเวท)(+15 ทุกครั้งที่ LV อัพ) หลังปรับ : ความเสียหายเวทเพิ่มเติม ให้แก่ศัตรูที่ถูกแช่แข็ง 155(+0.5% ของพลังเวท)(+15 ทุกครั้งที่ LV อัพ)
  • สกิลที่ 1 – Chilling Frost ก่อนปรับ : Diao Chan โจมตีศัตรูในระยะด้วยพลังเยือกแข็ง สร้างความเสียหายเวท 305/371/437/503/569/635(+0.84% ของพลังเวท) และทำให้เคลื่อนที่ช้าลง 50% ใช้มานา 80/85/90/95/100/105 หลังปรับ : Diao Chan โจมตีศัตรูในระยะด้วยพลังเยือกแข็ง สร้างความเสียหายเวท 305/371/437/503/569/635(+0.84% ของพลังเวท) และทำให้เคลื่อนที่ช้าลง 60% ใช้มานา 65/70/75/80/85/90
Taara ในช่วงต้นเกมนั้น สามารถยืนชนกับศัตรูได้อย่างสบายๆ ด้วยความสามารถจากสกิลติดตัวของเธอ และในอัพเดทนี้ยังได้มีการเพิ่มความสามารถให้กับเธอ ซึ่งจะช่วยให้เธอยืนไหวในช่วงเลทเกมด้วยเช่นกัน นอกจากนี้สกิลอัลติเมทของเธอก็ยังมีการปรับเพิ่มขึ้นอีกด้วย
  • สกิลติดตัว – Fighting Spirit ก่อนปรับ : ได้รับพลังโจมตีเพิ่ม 2-4 หน่วย ต่อพลังชีวิตสูงสุดที่หายไป 1% (เพิ่มตามเลเวลฮีโร่) หลังปรับ : ได้รับพลังโจมตีเพิ่ม 2-5 หน่วย ต่อพลังชีวิตสูงสุดที่หายไป 1% (เพิ่มตามเลเวลฮีโร่)
  • สกิลที่ 3 – Steel Body ก่อนปรับ : Taara ใช้ความสามารถของเธอในการฟื้นฟูพลังชีวิตสูงสุด 6% เป็นเวลา 5/7/9 วินาที และเพิ่มความเร็วเคลื่อนที่ขึ้น 30% หลังปรับ : Taara ใช้ความสามารถของเธอในการฟื้นฟูพลังชีวิตสูงสุด 8% เป็นเวลา 5/7/9 วินาที และเพิ่มความเร็วเคลื่อนที่ขึ้น 30%
Payna สกิลอัลติเมทของ Payna นั้น ใช้ค่อนข้างยาก(แน่สิยืนนิ่งขนาดนั้น) ดังนั้นจึงมีการเพิ่มความสามารถในการลดความเร็วเข้าไป เพื่อให้สตั๊นศัตรูได้ง่ายมากขึ้น นอกจากนี้สกิลฮีลของเธอก็ยังได้รับการปรับให้แรงขึ้นอีกด้วย
  • สกิลที่ 1 – Healing Light ก่อนปรับ : Payna ใช้เวทฟื้นฟูพลังชีวิต 30/36/42/48/54/60 (+0.1% ของพลังเวท)(โบนัสเพิ่ม 8% ของพลังชีวิตที่เสียไป) หน่วย ให้กับตัวเองและฮีโร่พันธมิตรรอบๆ (เป้าหมายจะต้องเสียพลังชีวิตไปมากกว่า 8%) พร้อมกับเพิ่มความเร็วโจมตี 25/30/35/40/45/50% เป็นเวลา 3 วินาที หลังปรับ : Payna ใช้เวทฟื้นฟูพลังชีวิต 60/80/100/120/140/160 (+0.1% ของพลังเวท)(โบนัสเพิ่ม 8% ของพลังชีวิตที่เสียไป) หน่วย ให้กับตัวเองและฮีโร่พันธมิตรรอบๆ (เป้าหมายจะต้องเสียพลังชีวิตไปมากกว่า 8%) พร้อมกับเพิ่มความเร็วโจมตี 25/30/35/40/45/50% เป็นเวลา 3 วินาที
  • สกิลที่ 3 – Nature’s Rally ก่อนปรับ : สร้างความเสียหายเวท 250/310/370 (+0.45% ของพลังเวท) แก่ศัตรูในบริเวณทุก 0.5 วินาที คูลดาวน์ 60/55/50 หลังปรับ : สร้างความเสียหายเวท 250/310/370 (+0.45% ของพลังเวท) แก่ศัตรูในบริเวณทุก 0.5 วินาที พร้อมกับลดความเร็ว 20% คูลดาวน์ 60/50/40
Valhein ถูกปรับให้ความเสียหายเวทรุนแรงขึ้น รวมไปถึงโบนัสความเสียหายจากสกิล Bloody Hunt และ Curse of Death นอกจากนี้ยัังลดคูลดาวน์ของสกิลลงอีกเช่นกัน
  • สกิลที่ 1 – Bloody Hunt ก่อนปรับ : Valhein ขว้างจักรแดงใส่ศัตรู สร้างความเสียหายเวท 190/215/240/265/290/315 (+0.91% ของพลังเวท) เป็นวงกว้าง พร้อมกับเพิ่มความเร็วเคลื่อนที่ให้ตัวเอง 25% คูลดาวน์ 12/11/10/9/8/7 ใช้มานา 80/90/100/110/120/130 หลังปรับ : Valhein ขว้างจักรแดงใส่ศัตรู สร้างความเสียหายเวท 190/215/240/265/280/305 (+0.91% ของพลังเวท) )(+0.8% ของพลังโจมตี) เป็นวงกว้าง พร้อมกับเพิ่มความเร็วเคลื่อนที่ให้ตัวเอง 25% คูลดาวน์ 10/9.4/8.8/8.2/7.6/7 ใช้มานา 65/70/75/80/85/90
  • สกิลที่ 2 – Curse of Death ก่อนปรับ : Valhein ขว้างจักรทองใส่เป้าหมาย สร้างความเสียหายเวท 150/170/190/210/230/250 (+0.58% ของพลังเวท) และทำให้ติดสตั๊น พร้อมทั้งเพิ่มความเร็วในการเคลื่อนที่ให้ตนเอง 25% คูลดาวน์ 12/11/10/9/8/7 ใช้มานา 80/90/100/110/120/130 หลังปรับ : Valhein ขว้างจักรทองใส่เป้าหมาย สร้างความเสียหายเวท 150/170/190/210/230/250 (+0.58% ของพลังเวท)(+0.6% ของพลังโจมตี) และทำให้ติดสตั๊น พร้อมทั้งเพิ่มความเร็วในการเคลื่อนที่ให้ตนเอง 25% คูลดาวน์ 10/9.4/8.8/8.2/7.6/7 ใช้มานา 70/80/90/100/110/120
Jinna ในช่วงต้นเกมนั้น ค่อนข้างลำบาก ทั้งในการต่อสู้ และเอาชีวิตรอด ดังนั้นในอัพเดทนี้จึงมีการปรับความสามารถในการต่อสู้ของเขาให้สูงขึ้นขึ้น รวมไปถึงการต่อสู้แบบ 1-1
  • สกิลที่ 2 – Sutra of Pain ก่อนปรับ : Jinna ใช้ลูกประคำระเบิดพลัง สร้างความเสียหายเวท 360/405/450/495/540/585 (+0.85% ของพลังเวท) หลังปรับ : Jinna ใช้ลูกประคำระเบิดพลัง สร้างความเสียหายเวท 450/510/570/630/690/750 (+0.6AP% ของพลังเวท)
  • สกิลที่ 3 – Nirvana ก่อนปรับ : Jinna สั่งการลูกประคำให้หมุนรอบตัวเขาอย่างบ้าคลั่ง (สร้างความเสียหายทุก 0.5 วินาที เป็นจำนวน 10 ครั้ง) การโจมตีแต่ละครั้งสร้างความเสียหายเวท 125/155/185 (+0.28% ของพลังเวท) หลังจากใช้สกิล ความเสียหายที่ได้รับจากศัตรู จะลดลง 8% เป็นเวลา 5 วินาที หลังปรับ : Jinna สั่งการลูกประคำให้หมุนรอบตัวเขาอย่างบ้าคลั่ง (สร้างความเสียหายทุก 0.5 วินาที เป็นจำนวน 10 ครั้ง) การโจมตีแต่ละครั้งสร้างความเสียหายเวท 170/210/250 (+0.2% ของพลังเวท) หลังจากใช้สกิล ความเสียหายที่ได้รับจะเบาลงทันที 15% และ นอกจากนั้นความเสียหายที่ได้รับจากศัตรู จะลดลงอีก 5% ตามจำนวนฮีโร่ศัตรูที่อยู่รอบๆ เป็นเวลา 5 วินาที
Yorn สกิลอัลติเมทมักจะยิงติดครีป หรือมอนสเตอร์ป่าเสมอ ทำให้การยิงจากระยะไกลนั้นน่าหงุดหงิดเสมอ ในอัพเดทนี้จะยิงทะลุครีป กับมอนสเตอร์ป่าแล้วนะ!!
  • สกิลติดตัว – Fierce Shot ก่อนปรับ : การโจมตีปกติติดต่อกัน ครั้งที่ 5 จะยิงกลุ่มลูกธนูออกมา โดยลูกธนูแต่ละดอกสร้างความเสียหายกายภาพ (+0.6% ของพลังโจมตี) หลังปรับ : การโจมตีปกติติดต่อกัน ครั้งที่ 5 จะยิงกลุ่มลูกธนูออกมา โดยลูกธนูแต่ละดอกสร้างความเสียหายกายภาพ (+0.7% ของพลังโจมตี)
  • สกิลที่ 2 – Heavenly Barrage ก่อนปรับ : คูลดาวน์ 20/19/18/17/16/15 หลังปรับ : คูลดาวน์ 17/16/15/14/13/12
  • สกิลที่ 3 – Legend ก่อนปรับ : สกิลยิงติดครีป และมอนสเตอร์ป่า ใช้มานา 140/150/160 หลังปรับ : ยิงทะลุครีป และมอนสเตอร์ป่า (ยังคงสร้างความเสียหายแก่ครีป และมอนสเตอร์ป่าที่ยิงทะลุผ่าน) ใช้มานา 100/110/120
Veera สกิลสตั๊นของ Veera จะถูกลดเวลาคูลดาวน์ลง ทำให้เธอน่าเกรงกลัวมากขึ้นในช่วงต้นเกม
  • สกิลที่ 2 – Kisses ก่อนปรับ : Veera ส่งจุมพิตออกไป สร้างความเสียหายเวท 285/320/355/390/425/460 (+0.66% ของพลังเวท) พร้อมกับสตั๊นศัตรูเป็นเวลา 1.5 วินาที คูลดาวน์ 12/11/10/9/8/7 หลังปรับ : Veera ส่งจุมพิตออกไป สร้างความเสียหายเวท 285/320/355/390/425/460 (+0.7% ของพลังเวท) พร้อมกับสตั๊นศัตรูเป็นเวลา 1.5 วินาที คูลดาวน์ 10/9.4/8.8/8.2/7.6/7
Chaugnar จะถูกปรับให้สามารถสร้างความเสียหายเมื่อเข้าใกล้ศัตรูได้มากขึ้น
  • สกิลที่ 2 – Shock Wave ก่อนปรับ : หากใช้สกิลโจมตีโดนฝ่ายศัตรู จะเพิ่มพลังโจมตีให้ตัวเอง 10% (สะสมได้ 2 ครั้ง) นอกจากนั้น หลังจากใช้สกิล จะลดคูลดาวน์ให้สกิล Energy Surge 1 วินาที คูลดาวน์ 3 วินาที หลังปรับ : หากใช้สกิลโจมตีโดนฝ่ายศัตรู จะเพิ่มพลังโจมตีให้ตัวเอง 30% (สะสมได้ 2 ครั้ง) นอกจากนั้น หลังจากใช้สกิล จะลดคูลดาวน์ให้สกิล Energy Surge 1 วินาที คูลดาวน์ 3.5 วินาที
  • สกิลที่ 3 – Chaos Protection ก่อนปรับ : Chaugnar เรียกพลังงานคาออสเพื่อปกป้องพันธมิตร ใกล้เคียง สามารถขจัดสถานะผิดปกติทั้งหมดที่ได้รับ พร้อมต้านทานสถานะผิดปกติและสร้างความเสียหายได้เพิ่มขึ้น 0.5 วินาที (2 วินาที สำหรับตัวเอง) พร้อมกับลดคูลดาวน์สกิล Shock Wave ลง 1.25 วินาที และนอกจากนี้ เขายังสามารถใช้สกิลได้โดยไม่เสียมานาเป็นเวลา 5 วินาที หลังปรับ : Chaugnar เรียกพลังงานคาออสเพื่อปกป้องพันธมิตร ใกล้เคียง สามารถขจัดสถานะผิดปกติทั้งหมดที่ได้รับ พร้อมต้านทานสถานะผิดปกติและสร้างความเสียหายได้เพิ่มขึ้น 0.5 วินาที (3 วินาที สำหรับตัวเอง) พร้อมกับลดคูลดาวน์สกิล Shock Wave ลง 1 วินาที และนอกจากนี้ เขายังสามารถใช้สกิลได้โดยไม่เสียมานาเป็นเวลา 6 วินาที
Thane เป็นฮีโร่ที่มีคูลดาวน์สกิลค่อนข้างนาน ดังนั้นหากลดคูลดาวน์สกิลของเขาจะทำให้เขาสามารถช่วยในทีมไฟท์ได้บ่อยมากขึ้น นอกจากนี้ยังมีการปรับเพิ่มความสามารถในการสร้างความเสียหายให้แรงขึ้น เพื่อเพิ่มโอกาสในการช่วยทีมจัดการศัตรู
  • สกิลติดตัว – Royal Power ก่อนปรับ : คูลดาวน์ 90 วินาที หลังปรับ : คูลดาวน์ 75 วินาที
  • สกิลที่ 1 – Forward Charge ก่อนปรับ : Thane พุ่งผลักศัตรูกระเด็นถอยหลัง โดยจะสร้างความเสียหายกายภาพ ในแต่ละครั้งเท่ากับ 50/55/60/65/70/75+(0.325% ของพลังโจมตี) จากนั้นเมื่อพุ่งจนสุดทาง จะทำให้ศัตรูลอยขึ้น หลังปรับ : Thane พุ่งผลักศัตรูกระเด็นถอยหลัง โดยจะสร้างความเสียหายกายภาพ ในแต่ละครั้งเท่ากับ 56/64/72/80/88/96+(0.35% ของพลังโจมตี) จากนั้นเมื่อพุ่งจนสุดทาง จะทำให้ศัตรูลอยขึ้น
  • สกิลที่ 2 – Avalon’s Fury ก่อนปรับ : Thane กระแทกพื้นดิน สร้างความเสียหายกายภาพ 200/260/320/380/460/520+(0.58% ของพลังโจมตี) เป็นวงกว้างรอบตัวเขา พร้อมกับทำให้ศัตรูติดสตั๊นและ ลดความเร็วเคลื่อนที่ลง 70% เป็นเวลา 2 วินาที คูลดาวน์ 11/10/9/8/7/6 หลังปรับ : Thane กระแทกพื้นดิน สร้างความเสียหายกายภาพ 200/260/320/380/460/520+(0.58% ของพลังโจมตี) เป็นวงกว้างรอบตัวเขา พร้อมกับทำให้ศัตรูติดสตั๊นและ ลดความเร็วเคลื่อนที่ลง 90% เป็นเวลา 2.5 วินาที คูลดาวน์ 8.5/8/7.5/7/6.5/5/6
  • สกิลที่ 3 – Excalibur ก่อนปรับ : Thane โจมตีอย่างรุนแรงด้วยดาบแห่งแสง สร้าความเสียหายจริง 500/750/900+(1.2% ของพลังโจมตี) แก่ศัตรูด้านหน้า หลังปรับ : Thane โจมตีอย่างรุนแรงด้วยดาบแห่งแสง สร้าความเสียหายจริง 450/800/1150+(1.1% ของพลังโจมตี) แก่ศัตรูด้านหน้า พร้อมกับสร้างความเสียหายเพิ่มเติม 15% ของพลังชีวิตที่เสียไปของเป้าหมาย และในขณะใช้สกิล Thane จะไม่โดนสถานะผิดปกติใดๆ
Zephys ถือเป็นไฟต์เตอร์ที่มีพลังชีวิตค่อนข้างต่ำ ดังนั้น หากทำให้เขาใช้สกิลได้บ่อยขึ้น ก็จะทำให้โอกาสในการพุ่งหลบ เพื่อเอาตัวรอดมีมากขึ้นขึ้นตามไปด้วย
  • สกิลที่ 1 – Death from Above ก่อนปรับ : คูลดาวน์ 10/9/8/7/6/5 หลังปรับ : คูลดาวน์ 7/6.4/5.8/5.2/4.6/4
  • สกิลที่ 2 – Fatal Barrage ก่อนปรับ : คูลดาวน์ 10/9/8/7/6/5 หลังปรับ : คูลดาวน์ 8/7.2/6.4/5.6/4.8/4
Ilumia เป็นฮีโร่สายเวทที่มีพลังทำลายล้างสูงในช่วงท้ายของเกม แต่ในช่วงต้นเกมนั้น เธอเป็นฮีโร่ที่ยืนเลนลำบากมาก(แน่สิเดินสวยอย่างเดียว) ดังนั้นจึงมีการปรับเปลี่ยนให้เธอสามารถยืนเลนในช่วงต้นเกมได้สบายขึ้น
  • สกิลที่ 1 – Divine Light ก่อนปรับ : Ilumia ปลดปล่อยแสงศักดิ์สิทธิ์ในทิศทางที่กำหนด จะระเบิดเมื่อปะทะกับศัตรูในระยะ สร้างความเสียหายเวท 240/290/340/390/440/490 (+0.59% ของพลังเวท) และหากได้รับผลจากสกิลติดตัว สกิลนี้จะแรงขึ้น 2 เท่า พร้อมกับทำให้ศัตรูลอยขึ้น ใช้มานา 60/65/70/75/80/85 หลังปรับ : Ilumia ปลดปล่อยแสงศักดิ์สิทธิ์ในทิศทางที่กำหนด จะระเบิดเมื่อปะทะกับศัตรูในระยะ สร้างความเสียหายเวท 350/420/490/560/630/700 (+0.5% ของพลังเวท) และหากได้รับผลจากสกิลติดตัว สกิลนี้จะแรงขึ้น 2 เท่า พร้อมกับทำให้ศัตรูลอยขึ้น ใช้มานา 40/45/50/55/60/65
  • สกิลที่ 3 – Cataclysm ก่อนปรับ : Ilumia สั่งให้สายฟ้าโจมตีใส่บริเวณที่ฮีโร่ศัตรูอยู่ ทั่วทั้งแผนที่ (ไม่ล็อคเป้าหมาย) สร้างความเสียหายเวท 500/635/770 (+1.16% ของพลังเวท) และทำให้ติดสตั๊น ใช้มานา 150/165/180 คูลดาวน์ 54/44/34 หลังปรับ : Ilumia สั่งให้สายฟ้าโจมตีใส่บริเวณที่ฮีโร่ศัตรูอยู่ ทั่วทั้งแผนที่ (ไม่ล็อคเป้าหมาย) สร้างความเสียหายเวท 750/925/1100 (+0.9% ของพลังเวท) และทำให้ติดสตั๊น ใช้มานา 90/120/150 คูลดาวน์ 65/55/45

กากลง

Ormarr เป็น 1 ในสุดยอดไฟต์เตอร์ที่มีดีทั้งด้านสร้างความเสียหาย และความสามารถในการยับยั้งศัตรู แถมยังอึดจนเกือบจะเป็นแทงค์ได้อีก เรียกได้ว่ามีดีในทุกๆ ด้านจนทำให้ดูไม่ค่อยสมดุล ดังนั้น ในอัพเดทนี้จะมีการปรับเปลี่ยนค่าสถานะเบื้องต้นของ Ormarr เพื่อให้มีความสมดุลมากขึ้น
  • ก่อนปรับ : พลังชีวิต : 3666 พลังโจมตี : 155 พลังป้องกัน : 125 พลังชีวิตเพิ่มขึ้น/LV 394 พลังโจมตีเพิ่มขึ้น/LV 9 พลังป้องกันเพิ่มขึ้น/Lv 27
  • หลังปรับ : พลังชีวิต : 3450 พลังโจมตี : 171 พลังป้องกัน : 120 พลังชีวิตเพิ่มขึ้น/LV 345 พลังโจมตีเพิ่มขึ้น/LV 11.5 พลังป้องกันเพิ่มขึ้น/Lv 20
Krixi เนื่องจาก Krixi นั้น มีความสามารถสูงเกินไปเมื่อเทียบกับฮีโร่สายเวทตัวอื่นๆ ในอัพเดทนี้จึงมีการปรับลดความสามารถของเธอลงเล็กน้อยเพื่อให้มีความสมดุลมากขึ้น
  • สกิลที่ 1 – Mischief ก่อนปรับ : Krixi จะปล่อยร่างโคลนออกไป สร้างความเสียหายเวท 360/435/510/585/660/735 (+1.0% ของพลังเวท) ให้แก่ศัตรูที่ถูก สัมผัส โดยความเสียหายจะลดลง 20% ตามจำนวนศัตรูที่โดน (ลดลงสูงสุด 40%) คูลดาวน์ 5 หลังปรับ : Krixi จะปล่อยร่างโคลนออกไป สร้างความเสียหายเวท 320/395/470/545/620/695 (+1.0% ของพลังเวท) ให้แก่ศัตรูที่ถูก สัมผัส โดยความเสียหายจะลดลง 20% ตามจำนวนศัตรูที่โดน (ลดลงสูงสุด 40%) คูลดาวน์ 7.5/7/6.5/6/5.5/5
  • สกิลที่ 3 – Moonfall ก่อนปรับ : Krixi เรียกฝนดาวตกกระหน่ำโจมตีศัตรูใกล้เคียงต่อเนื่องกัน 5 วินาที สร้างความเสียหายเวท260/325/390 (+0.65% ของพลังเวท) โดยศัตรูแต่ละตัวจะโดนโจมตีได้สูงสุด 4 ครั้ง เป็นเวลา 5 วินาที คูลดาวน์ 42/35/28 หลังปรับ : Krixi เรียกฝนดาวตกกระหน่ำโจมตีศัตรูใกล้เคียงต่อเนื่องกัน 5 วินาที สร้างความเสียหายเวท260/325/390 (+0.6% ของพลังเวท) โดยศัตรูแต่ละตัวจะโดนโจมตีได้สูงสุด 4 ครั้ง เป็นเวลา 5 วินาที คูลดาวน์ 55/50/45
Violet โดยธรรมชาติของฮีโร่สายแครี่นั้น จำเป็นจะต้องได้รับการปกป้องจากแทงค์ หรือช่วยสนับสนุนจากสายซัพพอร์ต แต่เนื่องจากสกิลการหลบหนีของ Violet นั้น ทำให้เธอเป็นฮีโร่สายยิงไกลที่แทบจะไม่จำเป็นต้องมีคนอื่นคอยช่วยเลย ในจุดนี้เองที่ทำให้เกมดูขาดความสมดุลไป ดังนั้นจึงมีการปรับเปลี่ยนสกิล Tactical Fire ของเธอ เพื่อให้เกมมีความสมดุลมากขึ้น
  • สกิลที่ – 1 Tactical Fire ก่อนปรับ : จะได้รับบัฟวิ่งเร็วต่อเมื่อฮีโร่ศัตรูอยู่ในระยะ 10 เมตร หลังปรับ : จะได้รับบัฟวิ่งเร็วต่อเมื่อฮีโร่ศัตรูอยู่ในระยะ 8 เมตร
Previous PLAYPARK อัปเดตความสุข สนุกคลายร้อน ตลอดทั้งเดือนเมษายนนี้!!
Next เปิดตัว The LEGO® Batman x LINE เรนเจอร์แล้ววันนี้ พร้อมอีเว้นท์มากมายในเกม